ทำอย่างไร....ให้ลูกไม่อ้วน

                   จากข้อมูลของกรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุข    เกี่ยวกับสัดส่วนเด็กไทยที่มีแนวโน้มสู่ภาวะเป็นเด็กอ้วนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา    พบว่า    ในปี 2558 ทั้งเด็กก่อนวัยเรียนและเด็กวัยเรียนในประเทศไทย    จะกลายเป็นเด็กอ้วนในสัดส่วนที่สูงขึ้น    เทียบระหว่างเด็กอ้วนและเด็กธรรมดา  คิดเป็น 1 ใน 5    โดยเฉพาะเด็กในเมืองจะอ้วนร้อยละ 20 - 25    จากสถิติดังกล่าว  อ.สง่า  ดามาพงษ์    ได้ชี้ว่า    ประเทศไทยมีอัตราโรคอ้วนในเด็กเพิ่มเร็วที่สุดในโลก    โดยเฉพาะระยะ 5 ปีที่ผ่านมา    เด็กก่อนวัยเรียนอ้วนเพิ่มร้อยละ 36    และเด็กวัยเรียน 6 - 13 ปีอ้วนเพิ่มร้อยละ 15.5    ซึ่งถ้าเรายังปล่อยให้สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการควบคุม    เด็กเหล่านี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่อ้วนถึงร้อยละ 80    ปัญหานี้เกิดจากพฤติกรรมการกินของเด็ก    ที่กินอาหารไม่มีประโยชน์    ผู้ปกครองจึงต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องโภชนาการของเด็ก    ที่สำคัญคือต้องมีวินัยในการเลี้ยงดูเด็กไม่ให้อ้วนค่ะ
                    การที่จะลดน้ำหนักตัวเด็กเป็นเรื่องที่ยากมาก    เพราะฉะนั้นพ่อ  แม่  หรือผู้ปกครอง    จึงควรปลูกฝังสุขนิสัยการกินและการออกกำลังกายให้เด็กตั้งแต่ต้น    เพื่อป้องกันปัญหาเด็กอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่นอีกมากมายเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่    โดยควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ค่ะ

                   -  ฝึกเด็กให้กินอาหารหลักครบทั้ง 3 มื้อ   โดยแต่ละมื้อให้ได้สารอาหารทั้ง 5 หมู่    นั่นคือ    มีทั้งข้าว  แป้ง  เนื้อสัตว์  ผักและผลไม้    เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารครบถ้วนอย่างเพียงพอและเหมาะสม

                   -  จัดเมนูอาหารกลุ่มต่าง ๆ ตามสัดส่วน    ให้มีความหลากหลาย  หมุนเวียนเปลี่ยนชนิดกันไป    เช่น    ไข่  ปลา  ตับ  เลือด  เต้าหู้  อาหารทะเล    โดยให้เด็กได้กินผักและผลไม้ทุกมื้อ

                    -  หลีกเลี่ยงการจัดอาหารว่างที่มีแป้ง  น้ำตาล  และไขมันสูง    เช่น    ข้าวต้มมัด    ข้าวเหนียวมูน    กล้วยบวดชี    หรืออื่น ๆ    เพราะเด็กได้รับสารอาหารหมู่คาร์โบไฮเดรตนี้เพียงพอแล้ว    จากการกินข้าวในอาหารมื้อหลัก

                    -  ไม่ควรตุนอาหารว่างที่มีแป้ง  น้ำตาล  และไขมันสูงไว้ที่บ้าน    เช่น    ช็อคโกแลต    คุกกี้    น้ำอัดลม    น้ำผลไม้    หรือขนมทอดกรอบต่าง ๆ    ของว่างที่ดีและควรมีติดไว้ที่บ้านควรเป็นนมจืดหรือผลไม้สดรสไม่หวานก็ได้ค่ะ

                   -  ควรสนับสนุนให้เด็กมีกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง  อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง    เช่น    วิ่งเล่น    ปั่นจักรยาน    เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อและสมรรถภาพทางกายให้ดียิ่งขึ้น    การออกกำลังกายอย่างเพียงพอและเหมาะสม    จะทำให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง    อารมณ์แจ่มใส    และมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น    ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นด้วยค่ะ

                   มอบของขวัญวันเด็กให้เด็ก ๆ ของเราด้วยการเลี้ยงดูให้เค้าไม่อ้วนกันดีกว่านะคะ

         

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก …. กลุ่มงานสุขศึกษา    โรงพยาบาลลำปาง

E - mail  address : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.