รู้จักโรคเรื้อน

                   โรคเรื้อนเป็นโรคติดต่อเรื้อรังชนิดหนึ่ง    เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่าไมโคแบคทีเรียม  เลแปร    ซึ่งเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วมักจะเข้าไปอาศัยอยู่ในบริเวณใต้ผิวหนังและเส้นประสาทส่วนปลาย จากนั้นประมาณ 3 - 5 ปีผู้ที่ไม่มีความต้านทานต่อเชื้อโรคเรื้อนก็จะมีอาการแสดงทางผิวหนัง    เช่น    เป็นวงด่าง    สีจางหรือสีเข้มกว่าผิวหนังปกติ    หากไม่ได้รับการรักษาอาการจะลุกลามเป็นผื่นหรือตุ่มกระจายอยู่ทั่วตัว    หลายคนเรียกชื่อโรคเรื้อนต่างกันไป    เช่น    ขี้ทูด    กุฏฐัง    ไทกอ    หูหนาตาเล่อ    โรคพยาธิเนื้อตาย    เป็นต้น

                   โรคเรื้อนติดต่อกันได้โดยการสัมผัสคลุกคลีและอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยระยะติดต่อเป็นเวลานาน ๆ    เชื้อโรคเรื้อนมีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า    อาศัยอยู่ใต้ผิวหนัง    เส้นประสาทส่วนปลาย    และเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบนของผู้ป่วยระยะติดต่อ    เมื่อเชื้อโรคเรื้อนเข้าสู่ร่างกายจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 3 - 5 ปีจึงจะปรากฏอาการในผู้ที่ไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคเรื้อน    คนส่วนใหญ่จะมีภูมิต้านทานต่อโรคเรื้อน    เด็กมีโอกาสติดโรคมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคน้อยกว่า    ผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านหรือประชาชนทั่วไปแม้จะได้รับเชื้อโรคเรื้อนโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคมีเพียงประมาณร้อยละ 5 เท่านั้น

                   ลักษณะอาการของโรคเรื้อนที่สังเกตได้ง่ายคือ    ระยะแรก    มักมีอาการทางผิวหนังเป็นวงด่าง    มีอาการชา    ผิวหนังบริเวณวงด่างมักแห้งและขนร่วง    อาการระยะแรกนี้หากปล่อยทิ้งไว้อาจจะเกิดการกำเริบเป็นมากกลายเป็นโรคเรื้อนระยะติดต่อ    มีลักษณะผิวหนังเป็นผื่นนูนแดงหนา    หรือเป็นตุ่มกระจายทั่วตัว    และสามารถแพร่เชื้อติดต่อได้    ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจมีการทำลายเส้นประสาททำให้เกิดอาการฝ่ามือ  ฝ่าเท้าชา    กล้ามเนื้อลีบ  อ่อนกำลัง    นิ้วมือ  นิ้วเท้างอ    ข้อมือตก    เดินเท้าตก    ปากเบี้ยว    หลับตาไม่สนิท    ถ้าไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่องก็จะพิการ    นิ้วมือ  นิ้วเท้ากุดด้วน    หรือถึงกับตาบอดได้

                   ปัจจุบันมียาสมัยใหม่ที่สามารถรักษาโรคเรื้อนให้หายขาดได้ภายใน 6 เดือนถึง 2 ปี    โดยผู้ป่วยที่มีเชื้อน้อยหรือมีอาการระยะเริ่มแรกของโรคจะใช้เวลารักษาเพียง 6 เดือน    ส่วนผู้ป่วยที่เป็นชนิดเชื้อมากหรือมีอาการเป็นเวลานานแล้วจะใช้เวลา 2 ปี    ระหว่างรักษาผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับครอบครัวได้อย่างปลอดภัยเนื่องจากยาที่ใช้รักษาโรคเรื้อนเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูง    สามารถฆ่าเชื้อโรคเรื้อนให้หายได้ภายใน 1 สัปดาห์    แต่ผู้ป่วยยังคงต้องกินยาต่อไปจนกว่าแพทย์จะสั่งให้หยุดการรักษา

                   หลายคนเชื่อว่าโรคเรื้อนเป็นโรคทางกรรมพันธุ์และเป็นโรคที่รักษาไม่หาย    ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดเพี้ยนไปเนื่องจากโรคเรื้อนเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย    ติดต่อกันได้โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเป็นเวลานาน ๆ    คนส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 95 จะมีภูมิต้านทานต่อโรคเรื้อน    แม้จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยก็จะไม่ติดโรค    โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแล้วหรือกำลังอยู่ระหว่างการรักษาจะไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น    เพราะเชื้อโรคเรื้อนจะถูกทำลายด้วยยาที่ใช้รักษาจนไม่สามารถก่อให้เกิดโรคได้อีก

                   เมื่อพวกเรารู้จักโรคเรื้อนกันมากขึ้น    จึงควรให้ความเห็นใจ    ให้กำลังใจ    และคอยเตือนให้ผู้ป่วยโรคเรื้อนกินยาอย่างสม่ำเสมอ    กินอาหารที่มีประโยชน์    เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรค    ส่วนผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยทุกคนควรตรวจสุขภาพร่างกายปีละ 1 ครั้ง    เพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรคค่ะ

 

                                                            

ด้วยความปรารถนาดีจาก .... กลุ่มงานสุขศึกษา    โรงพยาบาลลำปาง

 E - mail address : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.