บริการนัดล่วงหน้า

บริการนัดหมายล่วงหน้า

ระบบ VPN

vpn1

ระบบบริการ

OldMan_Icon
p4p

สายด่วนสุขภาพ

บริการสายด่วนสุขภาพ
Hotline Center
โทร 1669
ให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพทุกวัน
ตลอด 24 ชั่วโมง

+++++++++++++++

แผนพัฒนาบุคลากร


ถุงลมปอดโป่งพอง

PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย กลุ่มงานสุขศึกษา   
วันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2012 เวลา 10:52 น.

ถุงลมปอดโป่งพอง

 โรคถุงลมปอดโป่งพองเกิดจากพิษภัยของบุหรี่ สร้างความทุกข์ทรมานอย่างเรื้อรังแก่ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้  พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  พบมากในช่วงอายุ ๔๕ - ๖๕ ปี   ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีประวัติสูบบุหรี่จัดนาน ๑๐ - ๒๐ ปีขึ้นไป   สารพิษในบุหรี่จะค่อย ๆ บ่อนทำลายเยื่อบุหลอดลมและถุงลมในปอดทีละน้อย  ใช้เวลานานนับสิบ ๆ ปี  จนในที่สุดถุงลมปอดพิการคือสูญเสียหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนอากาศ  เกิดอาการหอบเหนื่อยง่ายและเกิดโรคติดเชื้อของปอดซ้ำซาก  นอกจากบุหรี่ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคนี้แล้ว  ผู้ป่วยส่วนน้อยยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น  เช่น  มลพิษในอากาศ  ควันจากฟืนหุงต้ม  หรือก่อไฟภายในบ้านที่ขาดการถ่ายเทอากาศ  เป็นต้น
                                อาการ  ผู้สูบบุหรี่จัดมานานหลายปี  ระยะแรกจะมีอาการของหลอดลมอักเสบเรื้อรัง  คือ  จะมีอาการไอมีเสมหะเรื้อรังเป็นแรมเดือนแรมปี  มักจะไอหรือขากเสมหะในคอหลังจากตื่นนอนตอนเช้าเป็นประจำจนนึกว่าเป็นเรื่องปกติและไม่ได้ใส่ใจดูแลรักษา  ต่อมาจะเริ่มไอถี่ขึ้นตลอดทั้งวันและมีเสมหะจำนวนมาก  ในช่วงแรก

เสมหะมีสีขาว   ต่อมาอาจจะกลายเป็นสีเหลืองหรือเขียว   มีไข้หรือหอบเหนื่อยเป็นครั้งคราวจากโรคติดเชื้อแทรกซ้อน  หากผู้ป่วยยังขืนสูบบุหรี่ต่อไปนอกจากอาการไอเรื้อรังดังกล่าวแล้วผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่ายเวลาออกแรงมาก  อาการหอบเหนื่อยจะค่อย ๆ เป็นมากขึ้น  แม้แต่เวลาเดินตามปกติ  เวลาพูดหรือทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันก็จะรู้สึกเหนื่อยง่าย  หากผู้ป่วยยังสูบบุหรี่ต่อไป  ในที่สุดอาการจะรุนแรงจนแม้แต่อยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกหอบเหนื่อย  ทั้งนี้เนื่องจากถุงลมปอดพิการอย่างรุนแรงไม่สามารถทำหน้าที่แลกเปลี่ยนอากาศนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายให้เกิดพลังงาน  ในระยะหลังผู้ป่วยมักมีอาการกำเริบหนักเป็นครั้งคราวเนื่องจากมีการติดเชื้อแทรกซ้อนจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล  เมื่อเป็นถึงขั้นระยะรุนแรงผู้ป่วยมักมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด รูปร่างผ่ายผอม  มีอาการหอบเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา  มีอาการทุกข์ทรมานและรู้สึกท้อแท้
                                การรักษา  แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรงของโรค โดยทั่วไปจะให้ยาขยายหลอดลมชนิดสูดพ่น  ในรายที่เป็นมากอาจให้ยาสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่นร่วมด้วย  รายที่มีการติดเชื้อแทรกซ้อนก็จะให้ยาปฏิชีวนะ  รายที่มีอาการหอบรุนแรง  ปอดอักเสบหรือมีภาวะแทรกซ้อนแพทย์ก็จะรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล  อาจต้องให้ออกซิเจน  ใส่ท่อหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ  ในระยะรุนแรงผู้ป่วยมักมีภาวะการหายใจล้มเหลวเรื้อรังร่วมด้วย  และอาจมีภาวะหัวใจล้มเหลวแทรกซ้อนหรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อีก

                                โรคนี้จะเป็นเรื้อรังตลอดชีวิตและจำเป็นต้องพบแพทย์และใช้ยารักษาอย่างต่อเนื่อง   ในระยะที่เริ่มเป็น  หากเลิกบุหรี่ได้เด็ดขาดก็มักจะได้ผลดีโรคจะไม่ลุกลามมากขึ้น   แต่ถ้ายังสูบบุหรี่ต่อไปก็จะลุกลามจนถึงระยะรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ดังกล่าว  ผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตจากภาวะการหายใจล้มเหลว  ปอดอักเสบหรือปอดทะลุ  โดยเฉลี่ยผู้ป่วยมีอัตราตายมากกว่าร้อยละ ๕๐ ใน ๑๐ ปีหลังจากที่ได้รับการวินิจฉัย  การป้องกันที่สำคัญคือไม่สูบบุหรี่  หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีมลพิษในอากาศ   

หากตรวจพบว่าเป็นโรคถุงลมปอดโป่งพองควรปฏิบัติดังนี้

๑. ติดตามการรักษากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอและใช้ยารักษาให้ครบถ้วนตามที่แพทย์กำหนด
                                ๒. เลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด                                  

๓. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีมลพิษ  เช่น  ฝุ่น  ควัน
                               
ดื่มน้ำมาก ๆ  วันละ ๑๐ - ๑๕ แก้วเพื่อช่วยขับเสมหะ
                                ๕. ในรายที่เป็นระยะรุนแรง มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด  ควรหาทางบำรุงอาหารให้ร่างกายแข็งแรง
                                ๖. หากจำเป็นควรมีถังออกซิเจนไว้ประจำบ้านเพื่อใช้ช่วยหายใจ  บรรเทาอาการหอบเหนื่อย
                                ๗.
 หากมีอาการแทรกซ้อน  เช่น  เป็นไข้  หายใจหอบ  ควรรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก .... กลุ่มงานสุขศึกษา    โรงพยาบาลลำปาง

E - mail  address  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 
free pokerfree poker
Designed by Lampang Hospital