“ โนโรไวรัส ”  โรคฮิตในเด็กช่วงนี้

                   ช่วงนี้เด็ก ๆ 2 - 5 ปีป่วยกันเยอะมาก    ศ.นพ.ยง  ภู่วรวรรณ    หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก    ภาควิชากุมารเวชศาสตร์    คณะแพทยศาสตร์    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    กล่าวว่า     ในปีนี้โนโรไวรัสมีการระบาดหนัก    โดยเฉพาะในโรงเรียนต่าง ๆ พบผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก    ส่วนใหญ่เป็นในเด็กอนุบาล    หรือเด็กโต    นักเรียนระดับประถมและมัธยม    โดยไวรัสโนโรทำให้เกิดท้องเสียได้ทุกอายุ    คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยทั่วโลกปีละกว่า 250 ล้านคน    และมีเสียชีวิตประมาณ 2 แสนคน

                    โนโรไวรัสเป็นไวรัสในกลุ่มที่ก่อให้เกิดโรคหวัดลงกระเพาะ    ซึ่งโรคนี้มักจะระบาดบ่อยในฤดูหนาว    โดยจะปรากฏอาการหลังจากได้รับเชื้อเข้าไปเพียง 12 - 48 ชม.    การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะเกิดขึ้นจากการกินอาหารและดื่มน้ำที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อน    หรือมีเชื้อปนเปื้อนที่ช้อน  จาน  ชาม    เป็นต้น

                   อาการของโรคนี้ได้แก่  มีไข้  คลื่นไส้  อาเจียน  ปวดศีรษะ  ปวดเนื้อปวดตัว  ปวดท้อง  ท้องเสีย  อ่อนเพลีย    ผู้ติดเชื้อจะมีอาการอาเจียน    ไข้ไม่สูงมาก    ปวดท้อง    ท้องเสีย    แต่สามารถหายได้เอง    ในรายขาดน้ำต้องให้น้ำเกลือ    หรือนอนโรงพยาบาล    อาการจะเป็นประมารณ 2 - 3 วัน    การรักษาที่แนะนำคือ    ดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำ    ถ้ามีอาการรุนแรงมากควรไปพบแพทย์ทันที

                   โนโรไวรัสมีความคงทนในสิ่งแวดล้อมมาก    น้ำยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ที่ใช้อยู่    รวมทั้งแอลกอฮอล์ไม่สามารถที่จะฆ่าเชื้อได้    การป้องกันโรคนี้จึงทำได้โดย    ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ก่อนและหลังกินอาหาร    กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่    ใช้ช้อนกลางเมื่อต้องกินอาหารร่วมกัน 

                   การป่วยจากโนโรไวรัสมีการส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์อย่างมาก    จึงเป็นโรคฮิตหรือโรคในไลน์โรคหนึ่ง    ศ.นพ.ยง  แนะนำว่า    สิ่งที่ควรตระหนักคือไวรัสไม่มีเปลือกหุ้ม   ยาฆ่าเชื้อจึงยากในการทำลาย    วิธีที่ดีที่สุดคือการล้างมือด้วยสบู่มาก ๆ   และล้างให้นาน    ในเด็กสอนล้างมือให้นานพอ    โดยล้างมือไป    ให้ร้องเพลงให้ได้ 1 จบ    เช่น    ล้างมือพร้อมร้องเพลงช้าง  ช้าง  ช้าง  จนจบ    จะได้มั่นใจว่าล้างได้นานพอ    และสะอาดพอค่ะ

                   ดูแลบุตรหลานให้ดีนะคะ    จะได้ไม่ต้องไปเจอกันที่ห้องตรวจเด็กหรือตึกผู้ป่วยเด็กกันค่ะ

 

 

ด้วยความปรารถนาดี .... จากกลุ่มงานสุขศึกษา    โรงพยาบาลลำปาง

          E - mail  address : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.