รู้จัก..ตับอักเสบ

รู้จัก .. ตับอักเสบ

                                ผู้ป่วยตับอักเสบจำนวนมากไม่เคยรู้ตัวมาก่อน    และประชาชนก็ตระหนักถึงอันตรายของโรคตับอักเสบน้อยมาก    ทั้ง ๆ ที่เป็นหนึ่งในภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อสาธารณสุขโลกในเวลานี้

                                ไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซีติดต่อกันได้เหมือนไวรัสเอดส์ คือจากการได้รับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ที่มีเชื้อเข้าสู่ร่างกาย    อาจจะโดยการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย  ใช้สารเสพติดชนิดฉีด  หรือสักตามร่างกาย  ใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ    แพทย์  พยาบาล  หรือเจ้าหน้าที่อาจได้รับเชื้อจากการถูกเข็มที่ใช้กับผู้ป่วยตำ    หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีเชื้ออยู่อาจถ่ายทอดสู่ลูกได้    โดยตับอักเสบเป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง    ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะ  คลื่นไส้  อาเจียน  ปวดท้อง  อ่อนเพลีย  ไม่มีแรง    มีอาการดีซ่านคือตัวเหลือง  ตาเหลือง  ปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำชา  อุจจาระสีซีดหรือเทา  บางครั้งตับอักเสบอาจมีอาการเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้    แล้วหายไปเองโดยไม่มีอาการดีซ่านให้เห็น   การอักเสบอาจนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนก็ได้   หลังจากนั้นผู้ป่วยจะค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น    บางรายหายเป็นปกติ    ส่วนผู้ป่วยที่ตับไม่ยอมฟื้นก็จะมีการอักเสบต่อเนื่องจนกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง 

                                ร้อยละ 10 - 20 ของผู้ติดเชื้อตับอักเสบจากไวรัสบี    มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับมากกว่าคนปกติ 200 - 300 เท่า    แต่ถ้าดื่มสุราร่วมด้วยก็มีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 1,200 เท่า    สำหรับผู้ติดเชื้อตับอักเสบจากไวรัสซี   ประมาณร้อยละ 30 - 50ที่ตับยังคงมีอาการอักเสบอย่างต่อเนื่อง    เซลล์ตับตายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยพังผืดและไขมันจนเข้าสู่ภาวะตับแข็ง    ผู้ป่วยจะอาการอ่อนเพลีย  น้ำหนักลด  ดีซ่าน  เบื่ออาหาร  คลื่นไส้  อาเจียน  เมื่อเซลล์ตับสูญเสียการทำงานก็จะเกิดอาการตับวายหรือกลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด    เพื่อป้องกันภาวะตับอักเสบควรดูแลสุขภาพตนเองดังนี้

                                *  หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคม    หรือของใช้ที่อาจปนเปื้อนเลือดร่วมกับผู้อื่น

                                *  การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย   สำหรับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบในร่างกายควรระมัดระวังไม่ให้แพร่เชื้อติดต่อไปสู่ผู้อื่นได้โดยเฉพาะคนใกล้ชิด

                                *  ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง   กินอาหารและดื่มน้ำสะอาด  ปลอดจากสารเคมี    รวมถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสิ่งเสพติดทุกชนิด    ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  และพักผ่อนให้เพียงพอ

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก .... กลุ่มงานสุขศึกษา    โรงพยาบาลลำปาง

E - mail address : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.