ผลสัมฤทธิ์ของแผนงานฝึกอบรม


แผนงานฝึกอบรมสาขาศัลยศาสตร์กำหนดผลสัมฤทธิ์และระดับความสามารถระหว่างการฝึกอบรมที่
ประสงค์ (Intended learning outcomes/milestones) ที่ชัดเจนครอบคลุมประเด็กหลัก ๖ ด้านดังต่อไปนี้

1

การดูแลรักษาผู้ป่วย (Patient care)

สถาบันการฝึกอบรมจัดการฝึกอบรม โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้ ทักษะหัตถการ และเจตคติ ในบริบทของสาขาวิชาศัลยศาสตร์อย่างครบถ้วนจนสามารถให้การบริบาลผู้ป่วย (Patient care) ได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสม โดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของการดูแลอบบองค์รวม คำนึงถึง
ประสิทธิภาพและความปลอดภัย รวมทั้งสามารถปฏิบัติงานทางด้านศัลยศาสตร์ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีการ
กำกับดูแล 

2

ความรู้และทักษะหัตถการเวชกรรม (Medical knowledge & procedural skills) 

สามารถทำเวชปฏิบัติได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทของสาขาศัลยศาสตร์

2.1 ด้านความรู้ (Medical knowledge)     
      2.1.1) มีความรู้เกี่ยวกับโรค การวินิจฉัยและการส่งตรวจ แนวทางการรักษา วิธีการผ่าตัด ตลอดจนภาวะ
แทรกซ้อนในกลุ่มโรคทางศัลยศาสตร์ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ ทั้งกลุ่มโรคที่พบบ่อย
(Common surgical problem) ภาวะฉุกเฉินทางด้านศัลยศาสตร์ที่สำคัญ (acute care surgery) และผู้ป่วยศัลยกรรม
อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ (Trauma) อย่างดี
      2.1.2) มีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยระยะก่อนผ่าตัด ระหว่างทางผ่าตัด และหลังผ่าตัดชนิดต่างๆ อย่างเหมาะสม
      2.1.3) มีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตทางศัลยศาสตร์ และการให้การกู้ชีพอย่างเหมาะสม
      2.1.4) มีความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วย
ทางศัลยศาสตร์อย่างเหมาะสม
      2.1.5) มีความรู้ที่ครอบคลุมในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องและประเด็นที่มีความจำเพาะทางด้านการดูแลผู้ป่วยทาง
ศัลยศาสตร์อย่างเหมาะสม
      2.1.6) มีความรู้และมีประสบการณ์ในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งรู้แนวทาง
ปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและมีความสามารถในการพิจารณานำมาใช้
อย่างเหมาะสมและสมเหตุสมผล

2.2 ด้านทักษะหัตถการ ( Procedural skills )
      2.2.1) มีทักษะและประสบการณ์ในการวินิจฉัยโรค การพิจารณาเลือกการส่งตรวจ การอ่านผลและแปลผล
ตรวจ การเลือกแนวทางการรักษา การเลือกวิธีการผ่าตัด ในกลุ่มโรคทางศัลยศาสตร์ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ
ของประเทศ ทั้งกลุ่มโรคที่พบบ่อย (Common surgical problem), ภาวะฉุกเฉินทางด้านศัลยศาสตร์ที่สำคัญ                    (Acute care surgery) และผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ (Trauma) อย่างดี
      2.2.2) มีทักษะและประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยทั้งในระยะก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด และหลังผ่าตัด
ชนิดต่างๆอย่างเหมาะสม
      2.2.3) มีทักษะและประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตทางศัลยศาสตร์และทักษะในการกู้ชีพอย่าง
เหมาะสม
      2.2.4) มีทักษะและประสบการณ์ในการทำหัตถการพื้นฐานทางศัลยศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยเป็น
อย่างดี
      2.2.5) มีทักษะและประสบการณ์ในการทำหัตถการการผ่าตัด และการช่วยผ่าตัดที่สำคัญและที่จำเป็นอย่างดี
และครบถ้วน
 

3

ทักษะระหว่างบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills)

3.1 นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย บันทึกรายงานทางการแพทย์ และอภิปรายปัญหาอย่างมี
ประสิทธิภาพ
3.2 สามารถถ่ายทอดความรู้และทักษะ ให้แพทย์ นักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
ได้อย่างเหมาะสม
3.3 สื่อสารให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยมีความเมตตา เคารพการตัดสินใจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย
3.4 มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ทำงานกับผู้ร่วมงานทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

4

การเรียนรู้และการพัฒนาจากฐานปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement) 

สามารถปฏิบัติงาน แบบสหวิชาชีพหรือเป็นทีมได้
4.1 เรียนรู้และพัฒนาตนเองจากการปฏิบัติงานดูแลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ทั้งด้านการซัก
ประวัติ ตรวจร่างกาย การพิจารณาส่งตรวจวินิจฉัย การรักษาและการให้คำแนะนำผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งสามารถสื่อสารกับพยาบาลและทีมผู้รักษาได้อย่างเหมาะสม
4.2 เรียนรู้และพัฒนาตนเองจากการปฏิบัติงานในด้านทักษะการทำหัตถการและการผ่าตัดได้
อย่างเหมาะสมตามระดับชั้นปีที่สูงขึ้น
4.3 เรียนรู้และพัฒนาตนเองจากการปฏิบัติงานเพื่อให้สามารถเข้าใจระบบการทำงานภายใน
โรงพยาบาล การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับสาขาวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆได้อย่างเหมาะสม
 

5

ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (professionalism) 
คุณลักษณะของความเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต (continue medical education)
การพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง (continue professional development)

5.1 มีพฤตินิสัยและมารยาททางวิชาชีพที่ดี สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ มีความเอื้ออาทรและคำนึงถึงความปลอดภัย โดยยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานการดูแลแบบองค์รวม
5.2 มีพฤตินิสัยและมารยาททางวิชาชีพที่เหมาะสมต่อเพื่อนร่วมงานทั้งในวิชาชีพของตนเองและวิชาชีพอื่นรวมทั้งต่อผู้ป่วย ญาติและชุมชน
5.3 มีความสามารถในการสืบค้นและวิพากษ์ข้อมูลเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ และนำมา
ประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างเหมาะสม
5.4 มีความรู้ความเข้าใจกระบวนการวิจัยทางการแพทย์และสามารถทำวิจัยทางการแพทย์เพื่อ
สร้างองค์ความรู้และพัฒนาตนเองไปสู่ผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพหรือนักวิชาการในอนาคตได้ สามารถพัฒนา
ไปสู่ความเป็นผู้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (continue medical education) หรือการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง (continue professional development) 

6

การทำเวชให้สอดคล้องกับระบบสุขภาพ (systems-based practice)

มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสุขภาพของประเทศ ระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยรวมทั้งการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม
6.1 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสุขภาพประเทศ
6.2 มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการคุณภาพและความปลอดภัยของโรงพยาบาลรวมทั้ง
ระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย
6.3 มีความรู้ด้านการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสม รู้ข้อจำกัด
ในระบบการดูแลผู้ป่วยและสามารถปรับเปลี่ยนการดูแลรักษาผู้ป่วยให้เข้ากับบริบทของการบริการ
สาธารณสุขได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
6.4 มีความรู้ความเข้าใจในด้านการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน และความรับผิดชอบ
ทางสังคมอื่นๆ ตามความเหมาะสม 

‌

Website Builder Software